01/02/2566

ชีวิตลิขิตเอง

 

ช่วงนี้หลายๆบริษัทคงจะทำแผนงานประจำปีกันแล้ว หรือบางองค์กรอาจจะเริ่มทำ มีคำพูดจากหัวหน้างานที่มักได้ยินบ่อยๆ ช่วงที่จัดทำแผนงานว่า  อยากให้องค์กรเป็นแบบไหน  อยากให้แผนกตัวเองเป็นอย่างไร ต้องคิดและสร้างด้วยเอง(หมายถึงคนในแผนก) อย่ารอให้หัวหน้าระดับสูงๆ มาสั่งให้ทำ


ลองเอามาเปรียบเทียบกับชีวิตเราละครับ  เคยมีแผนงานชีวิต เคยมีเป้าหมาย หรือตัวชี้วัดไหม

เราเคยออกแบบชีวิตตัวเองไหม หรือ ใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ


ผมก็นึกถึงเพลงๆหนึ่ง เป็นเพลงที่กล่าวถึงเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี

ชื่อเพลง ชีวิตลิขิตเอง Life Designer  ของพี่เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์ 

 

ก่อนเคยเชื่อในลิขิตฟ้าดิน ปล่อยชีวิตไปตามโชคชะตา

แต่ฝันไม่เคยถึงฝั่งผิดหวังในใจเรื่อยมา เพราะฟ้าไม่มีหัวใจ

จะเลวหรือดีมันอยู่ที่คน จะมีหรือจนมันอยู่ที่ใจ

ดินฟ้าไม่เคยลิขิตชีวิตจะเป็นเช่นไร อย่าเลยอย่าไปถามฟ้า

บินไปให้สูงที่สุดอย่างที่คิดฝันไว้กับใจ 

จะยากเย็นเท่าไหร่บอกใจว่าจะไม่กลัว 

ไม่รอให้ฟ้าให้ดินลิขิต ไม่ปล่อยชีวิตให้ผ่านไป 

ไม่ว่าจะสูงจะไกลเท่าไรจะไขว่จะคว้า จะฝ่าฟัน

ไม่ยอมให้ฟ้าหรือใครลิขิต อยากมีชีวิตที่ใฝ่ฝัน 

ตั้งแต่วันนี้ นี่คือ ชีวิต ลิขิตของเรา.

เปรียบชีวิตเป็นดังบทละคร จะยอมให้ใครเขียนบทของเรา

ชีวิตจะเป็นเช่นไร ก็ขอให้เป็นเพราะเรา เรื่องราวที่เราต้องเขียน


เพลง ชีวิตลิขิตเอง (Life Designer) เป็นเพลงประกอบละคร "เมืองมายา เดอะซีรี่ส์" ซึ่งก็นานมากแล้ว

ก็ขอให้เพลงนี้จุดประกายความหวัง เป็นกำลังใจให้กับทุกคนที่กำลังท้อและเจอปัญหา ให้สู้ชีวิตต่อไป

เพราะ ชีวิตต้องลิขิตเอง...

++++++++++



29/01/2566

มงคลชีวิตที่ 2 การคบบัณฑิต

 



บัณฑิต หมายถึง ผู้ดำเนินชีวิตด้วยปัญญา เป็นผู้อุดมด้วยศีล สมาธิ ปัญญา

บัณฑิตมีคุณลักษณ์ คือ  มีความปกติ คิดดี พูดดี ทำดี

ลักษณะการคบบัณฑิต ได้แก่ การหมั่นไปมาหาสู่ การสนิทชิดชอบ มีความจงรัก รักกัน  มีความภักดีเลื่อมใส เป็นเพื่อร่วมคิด เป็นเพื่อนร่วมกินอยู่  การดำเนินชีวิตตามแบบอย่าง

ผู้ใดคบหาบัณฑิตแล้ว ย่อมจะชักนำให้ทำดี ชวนให้ประพฤติในสุจริตทั้ง 3 ประการ  อันประกอบไปด้วย

กายสุจริต (ความประพฤติชอบด้วยกาย) 

วจีสุจริต (ความประพฤติชอบด้วยวาจา)

มโนสุจริต (ความประพฤติชอบด้วยใจ)

ซึ่งอยู่ใน  กุศลกรรมบถ 10  


กุศลกรรมบถ หมายถึง ทางแห่งกรรมดี,ทางทำดี, ทางแห่งกรรมที่เป็นกุศล, กรรมดีอันเป็นทางนำไปสู่ความสุขความเจริญ

เป็นธรรมส่วนสุจริต 10 ประการ  จึงเรียกชื่อว่า กุศลกรรมบถ 10

ได้แก่

กายสุจริต 3 ความประพฤติดีทางกาย การกระทำอันเป็นความดีที่บุคคลประพฤติหรือแสดงออกทางกาย มี 3 อย่าง ได้แก่

งดเว้นจากการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต งดเว้นจากการลักทรัพย์  งดเว้นจากการประพฤติผิดในกาม

วจีสุจริต 4 วามประพฤติดีทางวาจา การทำความดีที่บุคคลประพฤติหรือแสดงออกทางวาจา 4 อย่าง ได้แก่

เว้นจากการพูดเท็จ   เว้นจากการพูดส่อเสียด เว้นจากการพูดคำหยาบ  เว้นจากการพูดเพ้อเจ้อ

มโนสุจริต 3 ความประพฤติดีทางใจ หมายเอาการทำความดีที่บุคคลประพฤติหรือแสดงออกทางใจ หรือเรียกว่า ความคิดดี มี 3 อย่าง ได้แก่   

ความไม่โลภอยากได้ของคนอื่น  ความไม่คิดปองร้ายคนอื่น  ความเห็นที่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม

 

มีโคลงโลกนิติ กล่าวถึงการคบบัณฑิต ไว้ว่า

ใบพ้อพันห่อหุ้ม                  กฤษณา

หอมระรวยรสพา                เพริศด้วย

คนเสพเสน่หา                    นักปราชญ์

ความสุขซาบฤๅม้วย           ดุจไม้กลิ่นหอม

กฤษณาคือไม้เนื้อหอมชนิดหนึ่ง เมื่อนำใบต้นกะพ้อมาห่อ กลิ่นหอมของกฤษณาย่อมติดใบต้นกะพ้อไปด้วย เช่นเดียวกันกับการคบผู้ที่มีปัญญาหรือนักปราชญ์ ย่อมนำพาความสุขมาให้ไม่มีสิ้นสุดเหมือนกับไม้กลิ่นหอม 

ตรงกับสำนวนไทยที่ว่า 

“คบบัณฑิต บัณฑิตพาไปหาผล”

 

ที่มา: 

https://th.wikipedia.org/wiki

http://www.kalyanamitra.org

https://blog.startdee.com

http://www.dhammathai.org

https://www.orst.go.th


25/01/2566

คลิปวิดีโอ กระปุกทราย บริหารชีวิต

 



ถ้าคุณใช้เวลาและพลังงานทั้งหมดไปกับสิ่งเล็กน้อย 
คุณจะไม่เหลือเวลาสำหรับสิ่งที่สำคัญในชีวิต



23/01/2566

ก้อนหินก้อนนั้น

 



หลังจากได้เขียนถึงอุปนิสัยที่ 1 Be Proactive  ไปแล้วนั้นผมก็ได้นึกถึงเพลง เพลงหนึ่งที่สามารถถ่ายทอดเรื่องราวบางส่วนของนิสัย Proactive ได้ 

นั่นคือเพลง   ก้อนหินก้อนนั้น  ของ โรส ศิรินทิพย์ หาญประดิษฐ์  

เพลงก้อนหินก้อนนั้น มีเนื้อหาตรงกับ Be proactive คือการที่เราเจ็บปวด ไม่ได้เกิดจากคนอื่นมาทำให้เรา แต่เกิดจากเราเองที่เลือกจะเจ็บปวด 

    

เคยมีใครสักคนได้บอกฉันมา  

ว่าเวลาใครมาทำกับเราให้เจ็บช้ำใจ

 ลองไปเก็บก้อนหินขึ้นมาสักอัน 

ถือมันอยู่อย่างนั้นและบีบมันไว้

 บีบให้แรงจนสุดแรง ให้มือทั้งมือมันเริ่มสั่น 

ใครคนนั้นยิ้มให้ฉัน ถามว่าเจ็บมือใช่ไหม

* ไม่มีอะไรจะทำร้ายเธอ 

ได้เท่ากับเธอทำตัวของเธอเอง    

ให้เธอคิดเอาเอง ว่าชีวิตของเธอเป็นของใคร

* ไม่มีอะไรจะทำร้ายเธอ ถ้าเธอไม่รับมันมาใส่ใจ 

ถูกเขาทำร้าย เพราะใจเธอแบกรับมันเอง


 ใครมาทำกับเธอให้เจ็บหัวใจ 

ก็แค่ให้ก้อนหินก้อนนั้นให้เธอรับมา

 เพียงเธอจับมันโยนให้ไกลสายตา 

หรือเธอปรารถนาจะเก็บมันไว้

 หากยิ่งยอมยิ่งแบกไป หัวใจของเธอก็ต้องสั่น 

หากยังทำตัวแบบนั้น ถามว่าปวดใจใช่ไหม

* ไม่มีอะไรจะทำร้ายเธอ 

ได้เท่ากับเธอทำตัวของเธอเอง    

ให้เธอคิดเอาเอง ว่าชีวิตของเธอเป็นของใคร

* ไม่มีอะไรจะทำร้ายเธอ ถ้าเธอไม่รับมันมาใส่ใจ 

ถูกเขาทำร้าย เพราะใจเธอแบกรับมันเอง

ถูกเขาทำร้าย เพราะใจเธอรับไว้เอง

 

ในเพลงได้เปรียบเทียบความเจ็บปวด ความเจ็บช้ำ ความผิดหวังต่างๆเป็นก้อนหิน

ถ้าเราเลือกเก็บก้อนหินนั้นไว้ ก็ทำให้เราเจ็บปวด แต่จริงๆเรามีทางเลือกที่จะโยนก้อนหินทิ้งก็ได้ 

นี่คือตัวอย่างของ Proactive  เรามีอิสรภาพในการเลือกและรับผิดชอบความสุขของตนเอง

แล้วตั้งแต่วันนี้ไป เลือกที่จะ Proactive นะครับ




 

21/01/2566

บทสรุปชัยชนะส่วนตน



ผ่านไปแล้วกับ 3 อุปนิสัย สำหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิ่ง

ซึ่งในส่วนแรกนี้เป็นส่วนที่เรียกว่า การพึ่งพาตนเองได้ เป็นชัยชนะส่วนตน เมื่อเราฝึกนิสัยทั้ง 3 เราจะได้รับชัยชนะส่วนตน หลุดพ้นจากการที่ต้องพึ่งพาผู้อื่นอยู่ตลอดเวลา

ดร.โควีย์ บอกว่า การพึ่งพากันและกันอย่างมีประสิทธิผล จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อมีการพึ่งตนเองอย่างแท้จริงเท่านั้น ชัยชนะส่วนตนต้องมาก่อนชัยชนะในสังคม

ดังนั้นก่อนที่จะไปต่อ ชัยชนะในสังคม ขอมาทบทวนกับ 3 อุปนิสัยแรก กันอีกครั้ง

อุปนิสัยที่ 1 โปรแอกทีพ (Be Proactive) คุณเป็นผู้สร้าง คุณเป็นผู้ควบคุมบงการคุณเป็นผู้รับผิดชอบชีวิต คุณมีความสามารถเลือกการตอบสนอง  เน้นหนักที่การรู้ตนเอง ซึ่งผมเทียบเคียงว่าเป็นการใช้ชีวิตอย่างมีสติ พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงตนเอง แก้ไขและเขียนบทชีวิตใหม่

อุปนิสัยที่ 2 เริ่มต้นด้วยจุดหมายในใจ Begin with the End in Mind การเริ่มต้นด้วยความเข้าใจแบบชัดเจน ว่าสิ่งใดที่ถือว่าสำคัญที่สุดในชีวิตเรา เป็นการสร้างครั้งแรกขึ้นในใจ การสร้างภาวะผู้นำ เขียนคำปณิธานส่วนตน เป็นธรรมนูญพื้นฐานในการใช้ชีวิต

อุปนิสัยที่ 3 ทำสิ่งสำคัญก่อน Put First Things Firstสิ่งสำคัญคือการทำให้สิ่งสำคัญ  สำคัญเป็นการสร้างครั้งที่ 2 สร้างผลงานที่จับต้องได้ เป็นการทำให้บรรลุผล เป็นลงมือปฏิบัติวันแล้ววันเล่า ลงมือทำซ้ำๆ

อุปนิสัยที่ 1 และ อุปนิสัยที่ 2 มีความสำคัญ เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องมีก่อนอุปนิสัยที่ 3 เราไม่อาจดำเนินชีวิตโดยยึดหลักการหากไม่รู้หลักการที่ถูกต้องและไม่พัฒนาโปรแอกทีพในตัวเอง เราไม่อาจมีโปรแอกทีพ หากไม่เปลี่ยนกรอบความคิด และการดำเนินชีวิตก็อาจะไปผิดทิศทางหากเราไร้วิสัยทัศน์  เมื่อวางรากฐานไว้ดีแล้ว การดำเนินชีวิตด้วยอุปนิสัยที่ 3 ทุกการกระทำ ทุกการตัดสินใจ จะเป็นการจัดการตนเองอย่างมีประสิทธิผล

และก่อนที่จะเข้าไปสู่ชัยชนะในสังคม เราต้องเริ่มด้วยการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล แบบทรงประสิทธิผล 

ด้วยวิธีการการฝาก บัญชีออมใจ  วิธีการที่จะสร้างความไว้วางใจ ความรู้สึกปลอดภัย และความเชื่อใจเราที่มีต่อบุคคลอีกคนหนึ่ง  

สรุปไว้เป็น 6 วิธี คือ

  1. เข้าใจผู้อื่น โดยยึดหลักการ  เรื่องสำคัญของผู้อื่นจะต้องมีความสำคัญต่อเรา
  2. ใส่ใจเรื่องเล็กน้อย โดยยึดหลักการ ในความสัมพันธ์ เรื่องเล็กถือเป็นเรื่องใหญ่
  3. รักษาสัญญา เป็นการฝากครั้งใหญ่ เป็นสิ่งที่สำคัญยิ่ง
  4. ระบุความคาดหวังให้ชัดเจน นำความคาดหวังมาพูดคุยกัน ปรึกษาข้อตกลงที่เห็นพ้องต้องกัน
  5. ประกาศบูรณภาพส่วนบุคคล รักษาสัญญาและตอบสนองความคาดหวัง ไม่ตีสองหน้า ไม่นินทาลับหลัง
  6. กล่าวขอโทษด้วยความจริงใจในยามที่ถอนบัญชีออมใจ

สิ่งสำคัญให้พึงระลึกไว้ว่า ไม่มีเทคนิคพิเศษ หรือทางด่วนในการสร้าง และซ่อมแซม ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลเป็นลงทุนในระยะยาว

ในความเห็นของผม อุปนิสัยที่ 1-3 นั้น เป็นสิ่งที่ต้องทำต่อเนื่องกัน ถึงแม้ว่าผู้เขียนจะบอกว่าไม่ต้องรอให้เราสำเร็จในอุปนิสัยที่ 1 ก่อนก็ตาม 

และอุปนิสัยที่สร้างได้ยากที่สุด ก็คือ อุปนิสัยที่ 3 ทำสิ่งสำคัญก่อน Put First Things First เพราะสิ่งนี้คือการลงมือกระทำ

หลายๆครั้งแม้เราจะกำหนดแผนการไว้แล้วก็ตาม เราก็ไม่ทำตามทำให้ไม่บรรลุตามแผนอยู่ดี ไม่ว่าจะด้วยอุปสรรคใดก็ตาม 

โดยสิ่งที่มักจะขัดขวางการลงมือกระทำก็คือ วินัย ของตัวเราเอง การจะทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดให้ต่อเนื่องเราต้องมีความอดทน มีวินัย หรือมีความเพียรอย่างที่สุด ถึงจะสามารถก้าวข้ามอุปสรรคต่างๆ 

โดยเฉพาะอุปสรรคที่สำคัญ ก็คือจิตใจตนเองได้

ท้ายนี้ก็ขอให้ทุกท่าน 
ใช้ชีวิตด้วยความเพียร ก้าวข้ามอุปสรรคทั้งหลายในชีวิต...