แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มงคลชีวิต 38 ประการ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มงคลชีวิต 38 ประการ แสดงบทความทั้งหมด

21/11/2567

มงคลที่ 3 การบูชาบุคคลที่ควรบูชา

 



มงคลที่ 3 การบูชาบุคคลที่ควรบูชา

ปูชา จ ปูชนียานํ (ปูชา จะ ปูชะนียานัง)

การบูชา คือการแสดงความเคารพบุคคลที่เรานับถือ ยกย่อง เลื่อมใสในบุคคลคนนั้น 

เป็นได้ทั้งการบูชาที่ตัวบุคคล หรือ บูชาคุณงามความดีของคนคนนั้น


ส่วนการบูชาแบ่งออกเป็น 2 อย่างคือ

อามิสบูชา การบูชาด้วยอามิส คือ การบูชาด้วยสิ่งของ ต่างๆ

ปฏิบัติบูชา คือ การบูชาด้วยการปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ การเจริญสมาธิภาวนา


บุคคลที่ควรบูชา คือ บุคคลที่มีคุณความดี ควรค่าแก่การระลึกนึกถึง และยึดถือเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติตาม ได้แก่ ผู้มีศีล สมาธิ ปัญญาสูงกว่าเรานั่นเอง  

แบ่งออกเป็น 3 พวก คือ

            บุคคลที่สูงด้วยชาติ (ชาติวุฒิ) คือมีกำเนิดสูง เช่น พระราชา พระราชินี พระโอรส พระธิดา เป็นต้น 

            บูชาบุคคลที่สูงด้วยวัย (วัยวุฒิ) คือผู้ที่เกิดก่อนเรา เช่น ปู่ย่า ตายาย พ่อแม่ เป็นต้น 

            บูชาบุคคลที่สูงด้วยคุณ (คุณวุฒิ) มีครู อาจารย์ ภิกษุ สามเณร พระอริยเจ้าทั้งหลาย พระปัจเจกพุทธเจ้า พระสัมมาสัมพุทธเจ้า 

            บุคคล 3 จำพวกนี้ เราสามารถจะบูชาท่านได้ทั้งอามิสบูชา และปฏิบัติบูชา

ส่วนการบูชาคุณงามความดีนั้น หมายถึง การบูชาคุณธรรม  โดยไม่คำนึงบุคคลนั้น ว่าเป็นคนเกิดในสกุลต่ำหรือสกุลสูง อายุน้อยหรือมาก หากท่านเหล่านั้นสมควรที่เราจะให้ความนับถือบูชา

พระพุทธเจ้า จึงบอกว่า ผู้ที่บูชาบุคคลที่ควรบูชาจึงเป็นอุดมมงคลประการหนึ่ง


อย่างไรก็ตาม การดูจากรูปลักษณ์ กิริยาท่าทางภายนอก หรือ ข้อมูลต่างๆที่บุคคลเหล่านั้นเผยแพร่ สื่อสารทางโซเซียลมีเดีย อาจจะแยกได้ยากว่าบุคคลเหล่านั้น เป็นบุคคลที่ควรบูชาหรือไม่ 

ขอให้พิจารณาให้ดี อย่าหลงยกย่องบูชาคนดีเทียม นะครับ


29/01/2566

มงคลชีวิตที่ 2 การคบบัณฑิต

 



บัณฑิต หมายถึง ผู้ดำเนินชีวิตด้วยปัญญา เป็นผู้อุดมด้วยศีล สมาธิ ปัญญา

บัณฑิตมีคุณลักษณ์ คือ  มีความปกติ คิดดี พูดดี ทำดี

ลักษณะการคบบัณฑิต ได้แก่ การหมั่นไปมาหาสู่ การสนิทชิดชอบ มีความจงรัก รักกัน  มีความภักดีเลื่อมใส เป็นเพื่อร่วมคิด เป็นเพื่อนร่วมกินอยู่  การดำเนินชีวิตตามแบบอย่าง

ผู้ใดคบหาบัณฑิตแล้ว ย่อมจะชักนำให้ทำดี ชวนให้ประพฤติในสุจริตทั้ง 3 ประการ  อันประกอบไปด้วย

กายสุจริต (ความประพฤติชอบด้วยกาย) 

วจีสุจริต (ความประพฤติชอบด้วยวาจา)

มโนสุจริต (ความประพฤติชอบด้วยใจ)

ซึ่งอยู่ใน  กุศลกรรมบถ 10  


กุศลกรรมบถ หมายถึง ทางแห่งกรรมดี,ทางทำดี, ทางแห่งกรรมที่เป็นกุศล, กรรมดีอันเป็นทางนำไปสู่ความสุขความเจริญ

เป็นธรรมส่วนสุจริต 10 ประการ  จึงเรียกชื่อว่า กุศลกรรมบถ 10

ได้แก่

กายสุจริต 3 ความประพฤติดีทางกาย การกระทำอันเป็นความดีที่บุคคลประพฤติหรือแสดงออกทางกาย มี 3 อย่าง ได้แก่

งดเว้นจากการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต งดเว้นจากการลักทรัพย์  งดเว้นจากการประพฤติผิดในกาม

วจีสุจริต 4 วามประพฤติดีทางวาจา การทำความดีที่บุคคลประพฤติหรือแสดงออกทางวาจา 4 อย่าง ได้แก่

เว้นจากการพูดเท็จ   เว้นจากการพูดส่อเสียด เว้นจากการพูดคำหยาบ  เว้นจากการพูดเพ้อเจ้อ

มโนสุจริต 3 ความประพฤติดีทางใจ หมายเอาการทำความดีที่บุคคลประพฤติหรือแสดงออกทางใจ หรือเรียกว่า ความคิดดี มี 3 อย่าง ได้แก่   

ความไม่โลภอยากได้ของคนอื่น  ความไม่คิดปองร้ายคนอื่น  ความเห็นที่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม

 

มีโคลงโลกนิติ กล่าวถึงการคบบัณฑิต ไว้ว่า

ใบพ้อพันห่อหุ้ม                  กฤษณา

หอมระรวยรสพา                เพริศด้วย

คนเสพเสน่หา                    นักปราชญ์

ความสุขซาบฤๅม้วย           ดุจไม้กลิ่นหอม

กฤษณาคือไม้เนื้อหอมชนิดหนึ่ง เมื่อนำใบต้นกะพ้อมาห่อ กลิ่นหอมของกฤษณาย่อมติดใบต้นกะพ้อไปด้วย เช่นเดียวกันกับการคบผู้ที่มีปัญญาหรือนักปราชญ์ ย่อมนำพาความสุขมาให้ไม่มีสิ้นสุดเหมือนกับไม้กลิ่นหอม 

ตรงกับสำนวนไทยที่ว่า 

“คบบัณฑิต บัณฑิตพาไปหาผล”

 

ที่มา: 

https://th.wikipedia.org/wiki

http://www.kalyanamitra.org

https://blog.startdee.com

http://www.dhammathai.org

https://www.orst.go.th


14/01/2566

มงคลที่ 1 ไม่คบคนพาล

 



มงคลชีวิต ที่ 1  การไม่คบคนพาล อเสวนา จ พาลานํ (อะเสวะนา จะ พาลานัง)

การคบ หมายถึง การเป็นเพื่อน เป็นมิตร เป็นสามีภรรยา การไปมาหาสู่การปฏิบัติคำสอน ทำกิจกรรมร่วมกัน การช่วยเหลือสนับสนุน เป็นต้น คนพาล คือ คนชั่ว ไม่รู้จักบาปบุญคุณโทษ ไม่รู้จักสิ่งที่เป็นประโยชน์ คล้ายคนโง่เขลา มีชีวิตอยู่แต่เพียงลมหายใจเข้าออกเท่านั้น

คนพาล มีลักษณะ 3 ประการคือ

 1. ชอบคิดชั่วต่ำเป็นปกติวิสัย ได้แก่ คิดละโมบอยากได้ในทางทุจริต คิดพยาบาทปองร้าย คิดเห็นผิดเป็นชอบ ฯลฯ

2.  ชอบพูดชั่วต่ำเป็นปกติวิสัย ได้แก่ คำพูดที่ประกอบไปด้วยวจีทุจริต พูดปด พูดคำหยาบ พูดส่อเสียดยุยง พูดเพ้อเจ้อ ฯลฯ

3. ชอบทำชั่วต่ำเป็นปกติวิสัย ได้แก่ การฆ่าสัตว์ ลักขโมย ฉ้อโกง เกะกะเกเร  ฉุดคร่าอนาจาร ประพฤติผิดในกาม

การคบคนพาล ไม่เป็นมงคล เป็นเหตุให้ผู้คบเป็นคนเสื่อม ฉุดให้ฐานะตกต่ำลงกว่าเดิม


มีโคลงโลกนิติ ที่กล่าวถึงอันตรายของการคบคนพาลไว้ เช่น

ปลาร้าพันห่อด้วย              ใบคา

ใบก็เหม็นคาวปลา             คละคลุ้ง

คือคนหมู่ไปหา                  คบเพื่อน    พาลนา

ได้แต่รายร้ายฟุ้ง                เฟื่องให้เสียพงศ์

ใบไม้ที่ห่อหุ้มปลาเน่า ย่อมต้องพลอยเหม็นแปดเปื้อนไปด้วย  เปรียบเหมือนผู้ที่คบคนพาล ก็ย่อมต้องพลอยเสียชื่อเสียง ติดความเป็นพาลเดือนร้อนเสียหายไปด้วย


 คบกากาโหดให้                             เสียพงศ์

พาตระกูลเหมหงส์                           แหลกด้วย

คบคนชั่วจักปรงความชอบ                เสียนา

ตราบลูกหลานเหลนม้วย                  ไม่ม้วยนินทา

หงส์ที่หลงไปคบกาก็จะพลอยตกต่ำจนเสื่อมเสียตระกูลดีๆ เหมือนผู้ที่ไปคบคนเลวก็จะทำแต่ความเลว จนถึงรุ่นลูกหลานเหลนก็ยังไม่สิ้นความเสื่อมเสีย

 

พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตรัสว่า การไม่คบคนพาลเป็นเหตุมงคลแห่งความเจริญ

"คบคนพาล พาลพาไปหาผิด คบบันฑิต บันฑิตพาไปหาผล 

คนคนชั่ว พาตัว ให้อับจน จะคบคน ควรเลือกไว้ ให้ดีเทอญ"

+++++++++