แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หนังสือน่าอ่าน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หนังสือน่าอ่าน แสดงบทความทั้งหมด

25/04/2566

กลับหัวคิด มองโลก 80%

 


กลับหัวคิด มองโลก 80%

หนังสือเล่มนี้อยู่ในชั้นหนังสือที่บ้านนานมากแล้ว(เป็นหนังสือที่ภรรยาซื้อมาอ่านตั้งแต่ช่วงทำงานใหม่ๆ) หลังจากได้อ่านก็ได้ข้อคิดมากมาย  จึงขอนำมาสรุปในบทความนี้ครับ

กลับหัวคิด มองโลก 80% พลิกทุกวิกฤติงานและชีวิตคิดใน มุมใหม่” เป็นผลงานเขียนของ Shigeta Saito จิตแพทย์และนักเขียนชื่อดังของญี่ปุ่น 

เขาได้อธิบายทำความเข้าใจและควบคุมจิตใจตนเองยามที่ตกอยู่ในภาวะยากลำบาก เน้นไปที่การแก้ปัญหาด้วยตัวเองเป็นหลัก เริ่มจากทบทวนอดีต วิเคราะห์เรื่องจิตใจ มุมมองชีวิต การสร้างความสัมพันธ์ การเปลี่ยนแปลงตัวเอง และใช้ชีวิตให้เป็นสุข  และเน้น การให้กำลังใจตัวเอง

หลักคิดในการใช้ชีวิตแบบ 80% สอนว่าอย่ายึดติดกับความสมบูรณ์แบบ 100% ได้ 80% ก็ดีแล้ว  และนำเสนอหลักคิดง่ายๆว่า

 "แค่คนเราเปลี่ยนความคิด หรือมุมมองเพียงนิดเดียว ปัญหายุ่งยากต่างๆ ก็จะเปลี่ยนเป็นโอกาสในชั่วพริบตา"


ในหนังสือจะแบ่งหมวดหมู่เป็นประตู โดยจะมีทั้งสิ้น 5 บาน คือ

ประตูบานที่ 1 เริ่มจากการสำรวจ ตัวเองใหม่ทั้งหมด

ประตูบานที่ 2 สร้างโอกาสใหม่ๆ จากความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง

ประตูบานที่ 3 เปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นคนมีเสน่ห์

ประตูบานที่ 4 เรียนรู้จากผู้อื่น แล้วมองกลับมาที่ชีวิตของตัวเอง

ประตูบานที่ 5 เพื่อให้รู้สึกอิ่มเอมกับชัยชนะในอีก ๑๐ ปีข้างหน้า

 ผมขอยกบางหัวข้อที่จุดประเด็นให้ผมได้ไปคิดและลงมือทำต่อ ในประตูแต่ละบานมาให้เป็นตัวอย่างนะครับ


ประตูบานที่๑ เริ่มจากการสำรวจ ตัวเองใหม่ทั้งหมด

รู้จักจุดอ่อนของตัวเองหรือเปล่า 

             เมื่อเราต้องเผชิญกับปัญหา ส่วนมากจะเอาสาเหตุสุดท้ายขึ้นมาก่อนเป็นอันดับแรก โดยในหลายๆครั้งสาเหตุนั้นอาจจะไม่ใช่ต้นตอของปํญหา และหลายสาเหตุของปัญหาอาจมาจากพื้นฐานลักษณะนิสัยของเราเอง

ให้เราลองตรวจสอบจุดแข็งจุดอ่อนของเราใหม่ เพื่อให้เราเข้าใจตัวเองมากขึ้น เพื่อจะได้ปรับปรุงได้ถูกจุด ซึ่งลักษณะนิสัยในหนังสือนี้ยึดหลักตามทฤษฎีบุคลิกภาพของจิตแพทย์ชาวเยอรมัน Ernst Kretschmer มี 5 แบบ ได้แก่

            1. นิสัยขี้กังวล มีปัญญาดี มีความรับผิดชอบ แต่ชอบมองตัวเองแง่ลบ กังวลกับเรื่องเล็กๆน้อยๆ

            2. นิสัยไม่ชอบแสดงออก  เป็นคนที่ผู้อื่นไม่สามารถเข้าใจได้

            3. นิสัยชอบทำตัวโดดเด่น มั่นใจสูง หลงตัวเอง ทำอะไรตามใจ ยึดตัวเองสุดๆ

            4. นิสัยชอบโอนอ่อนตามผู้อื่น ร่ารเง ชอบคบหาผู้คน แต่ไม่ค่อยมองตัวเอง

            5. นิสัยยึดมั่นในความคิดตัวเอง มุ่งมั่นสูง หมกมุ่นกับบางเรื่องได้ง่ายๆ พบมากในนักวิชาการ

อย่ากดดันตัวเองมากเกินไป ไม่ว่าทำอะไร ควรจัดลำดับความสำคัญเสียก่อน งานที่ทำให้เสร็จได้ภายในวันนี้ ต้องไม่เหลือค้างไว้ทำพรุ่งนี้ อย่าผัดวันประกันพรุ่ง


ประตูบานที่ 2 สร้างโอกาสใหม่ๆ จากความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง

ตั้งใจแน่วแน่ว่า ต่อไปนี้จะไม่ นินทาใคร เด็ดขาด คนเรามักจำคำพูดที่ถูกนินทาไม่ลืม และคนที่ถูกนินทาก็มักจะนินทากลับคืนให้เลวร้ายกว่าเดิม การนินทาดปรียบเหมือน บูมเมอแรง ที่จะย้อนกลับมาทำร้ายเราเอง

ไม่วิจารณ์คนในครอบครัวหรือญาติของอีกฝ่าย  การใช้ชีวิตยึดหลัก 80% แต่ชีวิตคู่ลดเหลือ 60% พอ  คล้ายกับที่เรามักได้ยินคนพูดกันว่า ก่อนแต่งงานเบิกตาให้กว้าง เลือกให้เต็ม 100% แต่แต่งงานไปแล้ว ให้ปิดตาข้างหนึ่ง อะไรไม่ดีของอีกฝ่าย ก็ปล่อยผ่านไปบ้าง


ประตูบานที่ 3 เปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นคนมีเสน่ห์

อารมณ์ขันมักจะนำโชคดีเข้ามาเสมอ ไม่ว่าจะตกอยู่ในสภาวะวิกฤตที่รุนแรงเพียงใด ให้ลองฝึกตัวเองให้ยิ้มสู้ไว้ รอยยิ้มจะช่วยชโลมใจให้หายกังวล และจะเรียกลมแห่งโชคดีให้เข้ามาหาเราเร็วกว่าที่คิด

ฝึกเป็นคนที่คาดการณ์สิ่งที่เกิดขึ้นในอนาคต ฝึกการจินตนาการ ฝึกเป็นคนที่เตรียมตัวดี คือการนำประสบการณ์ต่างๆที่ได้รับรู้ มาประมวลคาดการว่าอาจจะเกิดอะไร และเตรียมพร้อมรับมือ


ประตูบานที่ 4 เรียนรู้จากผู้อื่น แล้วมองกลับมาที่ชีวิตของตัวเอง

ชมเชยย่อมดีกว่าดุด่า มาเรียนรู้วิธีดุด่า และชมเชยอย่างแยบยลกัน การดุด่าคนลูกโดยไร้ซึ่งความปรารถนาดี จะไม่ช่วยกระตุ้นให้เขาลุกขึ้นมาสู้ได้เสมอไป หากไม่ทำให้ดู ไม่พูดให้ฟังไม่ลองทำให้ดู และไม่ชื่นชม ก้ไม่สามารถซื้อใจลูกน้องได้


ประตูบานที่ 5 เพื่อให้รู้สึกอิ่มเอมกับชัยชนะในอีก ๑๐ ปีข้างหน้า

ผู้ที่ไม่รู้จักนำประสบการณ์ที่ได้จากการเรียนรู้วันนี้ ไปใช้ในวันพรุ่งนี้ ไม่มีทางประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ได้

มาเป็นคนที่มองคนอื่นในแง่บวกกันเถอะ ควรฝึกมองคนอื่นในแง่บวกก่อน ต้องมองเรื่องต่างๆให้ลึกซึ้ง ด้วยความสุขุม และเราควรประเมินหรือวิพากษ์วิจารณ์เฉพาะในขอบเขตที่เรามีความรู้ ความเชี่ยวชาญเพียงพอ

ไม่ลืมบุญคุณที่เคยได้รับเด็ดขาด และตอบแทนด้วยมิตรภาพ


ผู้เขียน  :  Shigeta Saito 

ผู้แปล  :  ประวัติ เพียรเจริญ

สำนักพิมพ์: สสท

เป็นหนังสือที่อ่านง่ายๆ ได้ข้อคิดดีๆ ลองหามาอ่านกันดูนะครับ



06/03/2566

ยิ่งให้ยิ่งได้ The Go-Giver

 



ยิ่งให้ยิ่งได้ The Go-Giver เป็นหนังสือเล่มเล็กๆ ที่ผมได้อ่านเมื่อหลายปีก่อน

เป็นหนังสือที่โปรยหน้าปกไว้ว่า "เรื่องราวเล็กๆ เกี่ยวกับแนวคิดธุรกิจอันทรงพลัง"

หลังจากเริ่มอ่าน ผมพบว่าหนังสือเล่มเล็กๆนี้ มันสนุก มีอารมณ์ขัน ชวนติดตาม จนอยากอ่านรวดเดียวจบ และสามารถสร้างแรงบันดาลใจได้อย่างมาก

ผู้เขียนสามารถเล่าเหมือนนิยาย ทำให้เรื่องธุรกิจกลายเป็นเรื่องชีวิตประจำวัน ทำให้เข้าใจได้ง่าย

 “คนส่วนใหญ่ก็แค่หัวเราะเมื่อได้ยินว่า ความลับสู่ความสำเร็จคือ การให้... แต่ก็นั่นแหละ คนส่วนใหญ่ไม่ได้ประสบความสำเร็จเท่าที่พวกเขาต้องการนี่”

ยิ่งให้ยิ่งได้ เล่าเรื่อง ชายหนุ่มที่มุ่งหวังความสำเร็จคนหนึ่ง ขณะกำลังจะสิ้นหวังจากผลงานที่ไม่เข้าเป้า เขาจึงไปขอปรึกษากับชายผู้หนึ่ง ที่ถูกเรียกว่าท่านผู้เฒ่า ซึ่งเป็นผู้ที่ทุกคนบอกว่าเค้าเป็นคนที่ประสบความสำเร็จล้นฟ้า เขาหวังจะปรึกษาเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่ท่านผู้เฒ่ากลับบอกเขาว่า ความลับของการประสบความสำเร็จคือ การให้  และต้องการให้เขาทำข้อตกลงว่าจะทดสอบกฎทุกข้อ ด้วยการลองทำตามจริงๆ ไม่ใช่แค่พูด แต่ให้นำไปใช้ในชีวิตจริงๆ

ตลอดสัปดาห์ถัดมาท่านผู้เฒ่าได้แนะนำให้ชายหนุ่มรู้จักกับคนที่ประสบความสำเร็จด้วยการให้หลายคน ทุกคนช่วยแบ่งปันกฎห้าข้อ สู่ความสำเร็จล้นฟ้าให้กับชายหนุ่ม และทุกวันเขาต้องนำมันไปปฏิบัติทันทีภายในวันนั้น  ท้ายสุดแล้วชายหนุ่มได้เรียนรู้ว่าการเปลี่ยนเป้าหมายจากการได้ มาเป็นการให้

สามารถนำไปสู่ผลตอบแทนอันไม่คาดฝัน

 

ซึ่งกฎ 5 ข้อจากยิ่งให้ ยิ่งได้  มีดังนี้

1.กฎแห่งคุณค่า

“ค่าที่จริงของตัวคุณวัดได้โดยการดูว่ามูลค่าของสิ่งที่คุณมอบให้ไปนั้นสูงกว่าเงินที่คุณได้รับมามากแค่ไหน”   ให้คิดว่าสิ่งที่ทำมันให้อะไรบ้าง  มันเพิ่มคุณค่าในสิ่งอื่นๆรึเปล่า  จงให้ให้มากกว่าความคาดหมายของผู้อื่น

2.กฎแห่งค่าตอบแทน

“รายได้ของคุณตัดสินโดยดูว่าคุณให้บริการผู้คนจำนวนมากแค่ไหน และคุณให้บริการพวกเขาได้ดีเพียงใด”

3.กฎแห่งอิทธิพล

“คุณจะมีอิทธิพลมากเพียงใด ก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของผู้อื่นก่อนตัวเองมากแค่ไหน”   

ผู้ให้จะมีเสน่ห์ดึงดูด  เป็นการพัฒนาเครือข่าย จะทำให้คนที่รู้จัก ชอบ และไว้ใจคุณจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

4.กฎแห่งความจริงใจ

“สิ่งทรงคุณค่าที่สุดที่คุณต้องมอบให้คนอื่น ๆ ก็คือตัวคุณเอง”

สิ่งที่คุณขายจริงๆ แล้ว คือ ตัวคุณ

ทักษะด้านคนที่เยี่ยมที่สุด คือ การเป็นคนจริงๆ มันคือ ความจริงใจ

5.กฎแห่งการรับ

“กุญแจสู่การให้อย่างมีประสิทธิภาพคือการเปิดใจกว้างที่จะรับ”

การให้ ไม่ได้ดีกว่าการรับ มันเป็นเรื่องเสียสติ ที่พยายามให้และไม่รับ

การให้ทุกครั้ง จะเกิดขึ้นได้ก็ต้องมีการรับ

 

ยิ่งให้ยิ่งได้ เป็นหนังสือที่อยากแนะนำให้อ่าน และก็เอาไปใช้ในชีวิตจริงด้วยนะครับ

ความสำเร็จไม่ใช่ได้มาด้วยการชนะแข่งขัน แต่มาจากการช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน

ยิ่งให้เท่าไหร่ ยิ่งได้รับกลับหลายเท่าทวีคูณ เพราะ

 “ให้แล้วคุณจะได้รับ”




++++++++++

 

 

 

 

 

08/01/2566

คิดใหญ่ไม่คิดเล็ก หนังสืออันดับหนึ่งในใจ




คิดใหญ่ไม่คิดเล็ก เป็นหนังสือแนวพัฒนาตนเองเล่มแรกที่ตัดสินใจซื้อ ตั้งแต่ปี 2544 ขณะที่เรียนหนังสืออยู่

หนังสือเล่มนี้เป็นสิ่งที่เปิดกะโหลกที่ครอบหัวผมไว้ ตอนเรียนผมไม่เคยคิดถึงอนาคตเลย เอาแค่เรียนให้จบ สอบให้ผ่านก่อน ใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ คิดสั้นๆ ทีละเทอม จึงไม่ได้สนใจที่จะพัฒนาทักษะอื่นๆที่จำเป็นต่อการทำงานมากนัก  

พอได้อ่านหนังสือเล่มนี้จึงพบว่า ขาดทักษะต่างๆ ที่ควรจะมี มากมาย เช่น ความกล้าแสดงออก  ความเป็นผู้นำ ทักษะการพูด หลังจากนั้นผมตัดสินใจพัฒนาจุดอ่อน เพิ่มความกล้า และเพิ่มทักษะหลายๆ อย่างซึ่งก็ส่งผลดีเป็นอย่างมากในเวลาต่อมา

คิดใหญ่ ไม่คิดเล็ก – The  Magic of Thinking Big  ผู้เขียน : David J. Schwartz   เรียบเรียงโดย : ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร กูรูด้านการลงทุนแบบ VI  

ในหนังสือมีทั้งหมด 14 บท เป็นแนวทางที่จะทำให้ชีวิตประสบความสำเร็จ 

สรุปได้ดังนี้ครับ

บทที่ 1 ถ้าคุณคิดว่าคุณทำได้ คุณก็จะทำได้   ในโลกนี้ไม่มีอะไรที่จะเกินความสามารถของมนุษย์   คิดว่าต้องสำเร็จ อย่าคิดว่าจะล้มเหลว ให้เตือนตัวเองอย่างสม่ำเสมอว่าคุณเก่งกว่าที่คุณคิด   ขนาดของความสำเร็จถูกกำหนดโดยขนาดของความเชื่อของคุณ คิดอะไรเล็กๆ ก็จะประสบผลสำเร็จเพียงเล็กน้อย คิดการใหญ่นำไปสู่ความสำเร็จยิ่งใหญ่

บทที่ 2 รักษาโรคชอบแก้ตัวของคุณ โรคแห่งความล้มเหลว ยอมรับกฎของสาเหตุและเหตุผล ว่าต้องมีการเตรียมการ การวางแผนและความคิดที่มุ่งสู่ความสำเร็จ อย่าเป็นคนเพ้อฟันว่าจะประสบผลสำเร็จโดยไม่ต้องทำอะไร

บทที่ 3 - สร้างความเชื่อมั่นในตนเอง และทำลายความหวาดกลัว มองคนอื่นด้วยภาพที่เท่าเทียมกันกับตนเอง  สร้างทัศนคติในการเข้าใจคนอื่น พยายามให้เติมกำลังที่จะใส่เฉพาะความคิดที่เป็นบวกลงในความทรงจำ

บทที่ 4 วิธีการคิดใหญ่ ไว้ว่าคิดใหญ่ดีกว่าในทุกทาง อย่ามีปมด้อย ใช้คำของคนคิดใหญ่ใช่คำที่ใหญ่ มองอนาคตให้ไกลขึ้น มองงานของคุณให้ใหญ่ขึ้น อย่าคิดเรื่องจุกจิก

บทที่ 5 วิธีการคิดและฝันอย่างสร้างสรรค์ เชื่อว่าเราทำได้ อย่าให้ความคิดดั้งเดิมทำให้จิตใจคุณเป็นอัมพาต ถามตัวเองทุกวันว่า เราจะทำให้ดีขึ้นได้อย่างไร  ถามตัวเองว่า เราจะทำให้มากขึ้นอย่างไร ฝึกถามและฟัง เปิดใจของคุณ ให้จิตใจของคุณได้รับการกระตุ้นสังสรรค์กับคนที่จะช่วยให้คุณคิดถึงความคิดใหม่ๆ

บทที่ 6 คุณเป็นไปตามที่คิดว่าคุณเป็น  สิ่งที่คุณคิด จะกำหนดสิ่งที่คุณทำ และสิ่งที่คุณทำจะส่งผลให้ผู้อื่นปฏิบัติกับคุณ ดังนั้น คุณต้องเคารพตัวเอง เชื่อว่าตัวคุณเองสำคัญ และกำลังทำสิ่งสำคัญ และคุณต้องคิดแบบนี้ทุกๆวัน

 บทที่ 7 จัดการกับสภาพแวดล้อมของคุณเอาชั้นหนึ่ง  เป็นคนระวังในเรื่องสภาพแวดล้อม ใช้สภาพแวดล้อมของคุณทำให้คุณไม่ไช่ต่อต้านคุณ  อย่าให้คุณคิดเล็กดึงคุณไว้  ขอคำแนะนำจากผู้ที่ประสบความสำเร็จ สังคมกับคนกลุ่มใหม่ๆ ค้นหาและทำสิ่งใหม่ๆที่น่าตื่นเต้น พูดเฉพาะในด้านที่เป็นบวกเอาชั้นหนึ่งในทุกสิ่งที่คุณทำ

 บทที่ 8 ทำให้ทัศนคติของคุณเป็นพวกเดียวกับคุณ  ทำให้ตัวคุณเองมีทัศนคติที่จะนำคุณไปสู่ความสำเร็จ  ปลูกทัศนคติที่ว่า "ฉันกระตืนรือร้น", "คุณเป็นคนสำคัญ" และ "บริการอยู่เหนือสิ่งอื่นใด"

 บทที่ 9 คิดให้ถูกต้องต่อคนอื่น  การมีความคิดที่ถูกต้องต่อคนอื่น จะทำให้คนชอบและสนับสนุนคุณ

 บทที่ 10 สร้างนิสัยในการลงมือทำ เป็นคนกระตือรือร้น เป็นคนทำงาน เป็นนักทำ อย่ารอจนเงื่อนไขต่างๆ สมบูรณ์แบบ เผชิญหน้ากับความยุ่งยากและอุปสรรคในอนาคต และแก้ปัญหาเมื่อเกิดขึ้น การลงมือปฏิบัติช่วยขจัดความกลัว และสร้างความ มั่นใจ ทำในสิ่งที่กลัวแล้วความกลัวจะหายไป  เป็นผู้ริเริ่ม เป็นนักรณรงค์ แสดงให้เห็นว่าคุณมีความสามารถและมีความทะเยอทะยานที่จะทำ

บทที่ 11 วิธีเปลี่ยนความพ่ายแพ้เป็นชัยชน ศึกษาความพ่ายแพ้และเรียนรู้เพื่อที่จะปูทางไปสู่ความสำเร็จ เอาชนะในครั้งต่อไป  กล้าหาญที่จะวิจารณ์ตัวเอง ค้นให้พบความผิดพลาดและจุดอ่อน แล้วทำการแก้ไข  อย่าโทษโชคชะตา  ผสมผสานความมุมานะกับการทดลอง ทดลองวิธีการใหม่ๆ

ทที่ 12 ใช้เป้าหมายช่วยให้คุณโต  กำหนดให้ชัดเจนว่าคุณต้องการไปทางไหน เขียนแผน 10 ปีของคุณ  ทำงานสู่เป้าหมายทีละขั้น  ลงทุนในตัวเองซื้อสิ่งที่สร้างพลังงานทางจิตใจและประสิทธิภาพ ลงทุนในการศึกษาลงทุนในสิ่งที่สร้างความคิด

บทที่ 13 วิธีที่จะคิดเหมือนกับเป็นผู้นำ  แลกเปลี่ยนจิตใจคนกับที่คุณต้องการจะมีอำนาจชักจูงใจ คิดว่าอะไร คือ วิธีการการจัดการกับปัญหาอย่างมีความเป็นมนุษย์  คิดอย่างก้าวหน้า เชื่อในความก้าวหน้าและผลักดันเพื่อให้ความก้าวหน้า หาเวลานอกเพื่อจะปรึกษากับตัวเอง

บทที่ 14 ใช้ความมหัศจรรย์ของการคิดใหญ่ ในสถานการณ์ฉุกเฉินที่สุดของชีวิต   ในการเดินทางจะต้องเจออุปสรรคแน่นอน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น จงคิดใหญ่

 

"คิดใหญ่ แล้วคุณจะมีชีวิตที่ใหญ่ขึ้น  คุณจะมีชีวิตที่ใหญ่ในด้านของความสุข ด้านหน้าที่การงาน  ด้านรายได้ ด้านเพื่อนฝูง และด้านการได้รับการยอมรับและยกย่อง

คิดใหญ่ ไม่คิดเล็ก – The  Magic of Thinking Big  

ลองหามาอ่านดูครับ...
+++++++++