01/12/2567

แล้วสอนว่าอย่าไว้ใจมนุษย์

 


บัดเดี๋ยวดังหงั่งเหง่งวังเวงแว่ว สะดุ้งแล้วเหลียวแลชะแง้หา

เห็นโยคีขี่รุ้งพุ่งออกมา ประคองพาขึ้นไปจนบนบรรพต

แล้วสอนว่าอย่าไว้ใจมนุษย์ มันแสนสุดลึกล้ำเหลือกำหนด

ถึงเถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน

 มนุษย์นี้ที่รักอยู่สองสถาน บิดามารดารักมักเป็นผล

ที่พึ่งหนึ่งพึ่งได้แต่กายตน เกิดเป็นคนคิดเห็นจึงเจรจา

แม้นใครรักรักมั่งชังชังตอบ ให้รอบคอบคิดอ่านนะหลานหนา

รู้สิ่งใดไม่สู้รู้วิชา รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี

จงคิดตามไปเอาไม้เท้าเถิด จะประเสริฐสมรักเป็นศักดิ์ศรี

พอเสร็จคำสำแดงแจ้งคดี รูปโยคีหายวับไปกับตา


บทกลอนนี้มาจากวรรณคดีเรื่อง พระอภัยมณี” หนึ่งในผลงานชิ้นเอกของสุนทรภู่ กวีเอกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เป็นวรรณคดีประเภทกลอนนิทาน บอกเล่าเรื่องราวการเดินทางผจญภัยของ “พระอภัยมณี” ที่ได้รับการยกย่องจากวรรณคดีสโมสรว่าให้เป็นยอดของวรรณคดีประเภทนิทานคำกลอน

โดยวรรคนี้ เป็นเหตุการณ์หลังจากสุดสาครถูกชีเปลือยผลักตกหน้าผา แย่งเอาม้านิลมังกรและไม้เท้ากายสิทธิ์ไป จนกระทั่งพระฤาษีก็ตามมาช่วยได้ทันจึงได้กล่าวสอน สุดสาคร จนกลายเป็นบทกลอนสอนใจ


พระอภัยมณี  ตอน สุดสาครเข้าเมืองการะเวก สอนในวิชาภาษาไทย บทอาขยานหลักชั้นประถมศึกษาปีที่ 4

ได้ยินลูกเอามาท่องจำ ก็แอบดีใจที่ยังมีการสอนกลอนบทนี้อยู่ ยังคงใช้ได้ในปัจจุบัน

เพราะใจคนนั้นยากแท้ยั่งถึง จริงๆ

 

แล้วสอนว่าอย่าไว้ใจมนุษย์ มันแสนสุดลึกล้ำเหลือกำหนด ถึงเถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น