16/01/2566

7 อุปนิสัย สำหรับผู้มีประสิทธิผลยิ่ง ภาคแรก

 


ในภาคแรกนี้  ดร.โควีย์ ได้กล่าวถึงกรอบความคิดและหลักการ

ซึ่งก็มีหลายๆสิ่งที่ต้องทำความเข้าใจให้ตรงกันครับ  

โดยจากการศึกษาเรื่องความสำเร็จในอเมริกาผ่านงานเขียนหลายร้อยชิ้น ดร.โควีย์ พบว่างานเขียนเรื่องความสำเร็จสามารถแบ่งสิ่งที่ส่งผลให้ประสบความสำเร็จออกเป็น 2 ส่วน คือ 

1) คุณลักษณะ  เช่น การมีศีลธรรม การมีความกล้า การมีความยุติธรรม  กับ

2) บุคลิกภาพ เช่น การปรับความคิดให้บวก การปรับบุคลิกภาพ ทักษะการสื่อสาร ความมีเสน่ห์ การโน้มน้าว ทักษะเชิงสังคม

ซึ่งโดยความเห็นของผู้เขียนมองว่า "คุณลักษณะส่วนตน เป็นรากฐานสำคัญที่จะสร้างความสำเร็จให้ยั่งยืน" เปรียบได้กับรากของต้นไม้ซึ่งคนอื่นๆจะไม่เห็น แต่มีความสำคัญมาก หากต้องการประสิทธิผลที่ยั่งยืนต้องทุ่มเทพัฒนาคุณลักษณะ เมื่อรากมั่นคงแล้ว การเจริญเติบโตและออกดอกผลก็จะได้ผลดีตามไปด้วย

ถัดมาคือเรื่องของอำนาจกรอบความคิด  โดยกรอบความคิด คือวิธีที่เรามองโลก เป็นการรับรู้ เข้าใจและตีความโลกที่เราเห็น เปรียบได้กับแผนที่ของแต่ละคน ถ้าแผนที่ที่เรามีอยู่เกิดพิมพ์ผิด ไม่ว่าเราจะเดินทางเพื่อไปถึงจุดหมายให้เร็วขึ้น ก็เป็นไปได้ยากเพราะยังหลงทางอยู่ เปรียบได้กับถึงแม้เราจะมีทัศนคติที่เป็นบวกมากมาย แต่ก็ไปผิดทางอยู่ดี

 "เรื่องแรกที่สำคัญที่สุด คือ  ความถูกต้องของแผนที่"  ดร.โควีย์ 

ในหนังสือได้ยกตัวอย่างภาพหนึ่งเพื่อให้เราเห็นว่ากรอบความคิดมีความสำคัญมาก โดยให้เรามองและให้คำตอบว่าเป็น สตรีอายุเท่าใด(ซึ่งเป็นภาพที่สามารถมองออกมาได้ 2 แบบ เป็นหญิงสาวและเป็นยายแก่)  จากการทดลองให้มองภาพและให้ระบุว่าเป็นแบบไหน กลุ่มหนึ่งจะบอกว่าเป็นหญิงสาว อีกกลุ่มบอกว่าเป็นยายแก คนสองกลุ่มต่างก็มั่นใจว่าเป็นภาพดังที่ตนเองเห็น ต่างไม่ยอมรับฝ่ายความเห็นของอีกฝ่าย ซึ่งจากการสาธิตนี้สรุปได้ว่าในการมองภาพเดียวกันแค่ไม่กี่วินาทียังสามารถมองได้ต่างกัน แล้วกรอบความคิดที่เราใช้มาตลอดชีวิต  มันก็คงไม่เหมือนกัน  ถ้าเราไม่เปลี่ยนมุมมอง ไม่เปลี่ยนกรอบความคิดก็จะไม่เห็นเหมือนที่คนอื่นเห็น  และวิถีที่เรามองเห็นก็จะกำหนดทัศนคติและพฤติกรรมที่เราแสดงออกมา แต่เมื่อเราเปิดใจรับฟังมุมมองของอีกฝ่ายก็จะเห็นภาพอีกมุมหนึ่ง

การเปลี่ยนกรอบความคิดจะทำให้มองเห็นมุมมองใหม่ กรอบความคิดที่ เราต้องให้ความทุ่มเท จะต้องเป็นกรอบความคิดที่อยู่บนหลักการควบคุมประสิทธิผลของมนุษย์ เป็นกฎธรรมชาติ ไม่ขึ้นกับกาลเวลา เป็นหลักสากล เช่น เป็นธรรม  ศักดิ์ศรีมนุษย์  การให้บริการ ศักยภาพ เป็นต้น

7 อุปนิสัยนี้ วางบนฐานของคุณลักษณะ ใช้วิถีจากภายในสู่ภายนอก ต้องเริ่มต้นที่ตัวเรา เริ่มต้นที่ความคิด คุณลักษณะและเหตุจูงใจของเราเอง  เริ่มจากการปรับปรุงตนเองก่อนเพื่อให้สามารถดูแลตนเองได้ เลื่อนขั้นจากการพึ่งพิงผู้อื่นมาสู่การพึ่งพิงตนเอง จากนั้นจึงพัฒนาต่อไปเป็นการพึ่งพาซึ่งกันละกัน แต่ในการพัฒนาตนเองนั้นไม่ต้องรอให้ อุปนิสัยที่ 1-3 สมบูรณ์แล้วค่อยไปพัฒนาอุปนิสัยที่ 4-6 เพราะในชีวิตประจำวันเราสามารถใช้ทั้ง 7 อุปนิสัยได้ 

นิยามของประสิทธิผล ตามความหมายของ ดร.โควีย์ คือ ผลผลิตและความสามารถในการผลิต โดยเปรียบกับนิทานอีสปที่เราเคยอ่านกันคือเรื่อง ห่านออกไข่ทองคำ  คือเราต้องสร้างความสมดุลระหว่างผลผลิตกับความสามารถในการผลิต ต้องดูแลทั้งห่านและไข่  เหมือนตัวเองต้องดูแลร่างกายและจิตใจ 


โดยสรุปสาระของบทนี้คือ  เราต้องมุ่งสร้างคุณลักษณะภายในที่จะสร้างความสำเร็จให้ยั่งยืน

เราต้องเปลี่ยนกรอบความคิดให้อยู่บนหลักการควบคุมประสิทธิผลของมนุษย์

+++++++++