อุปนิสัยที่ 5 เข้าใจผู้อื่นก่อนแล้วจึงให้เขาเข้าใจเรา
Seek first to understand and then to be understood
อ่านหัวข้อแล้วรู้สึกแปลกๆไหมครับ
ความหมายก็คือ ถ้าอยากจะให้คนอื่นเข้าใจเรา เราจะต้องเข้าใจเขาก่อน หลักสำคัญเป็นเรื่องของการสื่อสารอย่างเข้าใจซึ่งกันและกัน ให้เกียรติกัน เข้าอกเข้าใจและกล้าหาญ
ดร.โควีย์ ได้ให้แนวทางในการเข้าใจคนอื่นก่อนว่า
หลักการสำคัญที่สุดก็คือ การฟัง
"ต้องเป็นการฟังอย่างเข้าใจ ไม่ใช่แค่ฟังอย่างตั้งใจ"
แนวทางในการฝึกฟัง คือ ให้เราฟังก่อน ห้ามพูดเสนอความเห็นแต่ให้ฝึกสะท้อนความรู้สึกของผู้พูดว่าเขารู้สึกเช่นนั้นหรือเปล่า
ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเราฟังเสร็จแล้ว ให้สะท้อนความรู้สึกของผู้พูดว่า
คุณกำลังรู้สึก…..เกี่ยวกับเรื่อง….
ให้สะท้อนความรู้สึกแบบนี้จนกว่าผู้พูดจะหมดเรื่องพูด
หรือจนกว่าเราจะเข้าใจจริงๆ ดูเหมือนง่ายนะครับ
แต่ในความจริงแล้ว คนเรามักจะไม่ได้ฟังจริงๆ
ลองนึกดูนะครับว่า เวลาที่เราฟังคนอื่นพูด เรามักจะคิดตามมักจะคิดหาข้อโต้แย้งกรณีไม่เห็นด้วย มักจะคิดว่าเขาผิดถูก เลือกจะตีความจากที่เขาพูด
หรือใจลอยโดยไม่ได้ฟังเลย หรือผู้พูดอาจจะพูดไม่ทันไรเราก็พูดต่อแทรกทันที
ยิ่งกรณีคนที่ทำงานมานานๆประสบการณ์สูงยิ่งรู้สึกว่ารู้หมดทุกอย่าง
ยิ่งไม่อยากฟัง จริงไหมครับ
หลังจากสะท้อนความรู้สึก เพื่อทวนสอบให้ความเข้าใจผู้พูดแล้ว ก็ต้องมีการถามเพื่อสร้างความชัดเจน โดยต้องเป็นคำถามที่มาจากเรื่องราวของผู้พูดเอง ไม่ใช้จากประสบการณ์ของเรา
เช่น
ที่คุณบอกว่าคุณรู้สึก…. นั้นมาจากเหตุการณ์นี้กรณีเดียวหรือเปล่า
มีกรณีอื่นอีกไหม หรือช่วยเล่าให้ฟังเพิ่มเติมหน่อยได้ไหม
เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้พูดได้อธิบายเพิ่มเติม เราจะได้เข้าใจมากขึ้น
ถัดมาเมื่อเรามั่นใจว่าเราเข้าใจผู้อื่นได้ชัดเจนแล้ว
เราก็อาจเริ่มแบ่งปันมุมมองของเราอย่าตรงไปตรงมา เช่น ฉันรู้สึกว่า...
ขอบคุณสำหรับความเห็นคุณ
และคุณยินดีจะรับฟังความเห็นของฉันบ้างไหม
เป็นต้น
เคล็ดลับในการสื่อสารอย่างเข้าใจ คือ
เราต้องเริ่มต้นด้วยจุดมุ่งหมายในใจให้ชัดเจนว่าเราต้องการอะไร
คำนึงถึงบัญชีออมใจ
และประกาศเจตนารมณ์อย่างชัดเจนอย่าปล่อยให้ผู้ฟังตีความไปทางอื่นได้
ทั้งการฟังและการพูด สองทักษะนี้ต้องหมั่นฝึกฝนครับ
สำคัญที่สุดต้องเริ่มจากการฟังอย่างเข้าใจครับ
++++++++++
