09/04/2566

ข้อคิดเกี่ยวกับคำว่า ATTITUDE

 



ถ้า     A  B  C  D  E  F  G  H  I  J  K  L  M  N  O  P  Q  R  S  T  U  V  W  X  Y

มีค่าเท่ากับ 1 2 3 4 5 6 7  8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26

แล้วจะพบว่า……


1)   H+A+R+D+W+O+R+K   = 8+1+18+4+23+15+18+11  = 98%

HARD WORK หรือ ทำงานหนัก มีค่าเท่ากับ   98 %


2)    K+N+O+W+L+E+D+G+E  =  11+14+15+23+12+5+4+7+5  = 96%

KNOWLEDGE    หรือ   ความรู้ มีค่าเท่ากับ    96 %


3)     L+O+V+E=12+15+22+5  = 54%

LOVE หรือ ความรัก มีค่าเท่ากับ 54 %


4)     L+U+C+K   = 12+21+3+11    = 47

LUCK   หรือ   โชค   มีค่าเท่ากับ 47 %

 

คำถามคือ ไม่มีสิ่งใดที่มีค่า 100 % เลยหรือ !!!

แล้วสิ่งใดที่มีค่าเท่ากับ  100 %

– ใช่เงินหรือเปล่า ?……… …. …..ไม่ใช่

– ความเป็นผู้นำหรือเปล่า ?………ไม่ใช่ !!!!!

แล้วอะไรล่ะ ?


  A+T+T+I+T+U+D+E = 1+20+20+9+20+21+4+5 = 100%

ATTITUDE   หรือ ทัศนคติ นั่นเอง ที่มีค่าเท่ากับ 100 %


ท่านคิดเช่นนั้นหรือไม่  

ทุกปัญหามีทางออก . .

บางทีแค่เพียงแต่เราเปลี่ยน  “ทัศนคติ ”

ของเราเสียใหม่เท่านั้นเอง

มีเพียงแต่ “ทัศนคติ” ของเราเท่านั้น  

ที่จะเป็นตัวนำทางไปสู่

ความสำเร็จในชีวิต และงานที่ทำ

ความคิด  &  ทัศนคติ   


สุดท้าย ….   ลงมือทำ สู่ ความสำเร็จ

 

ที่มา : Forward mail 2012

06/04/2566

5 ข้อควรเรียนรู้การเป็นลูกน้องที่ดี เพื่อให้เป็นหัวหน้าที่ดี

 


นชีวิตการทำงาน ไม่ใช่ทุกคนจะมีโอกาสเป็นหัวหน้า เป็นผู้จัดการ มีลูกน้องที่ต้องบริหาร

แต่ไม่ว่าเราจะอยู่ในระดับไหน เพิ่งเริ่มทำงาน หรือทำงานมานานแล้ว เราก็ต้องมีหัวหน้า 

ผมเชื่อว่าการที่เราจะเป็นหัวหน้าที่ดีได้นั้น เราเองซึ่งก็เป็นลูกน้องเช่นกัน ก็ต้องทำหน้าที่ลูกน้องให้ดีด้วย


ดังนั้นจึงขอรวบรวม 7 ข้อ ที่ลูกน้องที่ดีควรเรียนรู้ไว้ ดังนี้

1.ทำหน้าที่ของตนเองให้ดี  ในการทำงานคุณต้องทำหน้าที่ หรือทำงานที่ได้รับหมอบหมายให้ดีที่สุด ถึงแม้ว่าในที่ทำงานทุกคนมีสิทธิ์ที่จะแสดงความคิดเห็น แต่ก็ควรทำตามเวลาและสถานที่ที่เหมาะสมด้วย ถ้ามีการเปิดโอกาสแสดงความเห็นเรื่องต่างๆ ที่กระทบกับการทำงาน ก็ควรใช้สิทธ์แสดงความเห็น ในขณะเดียวกันถ้ามีนโยบาย ระเบียบปฏิบัติ หรือข้อตกลงของคนส่วนใหญ่ที่มีมติแล้ว เราก็ต้องปฏิบัติตามนั้น ถึงแม้ไม่เห็นด้วยก็ตาม

2. ทำงานให้มากกว่า Job Description หลายคนอาจจะแย้ง และคิดแค่ว่า “จ้างมาแค่ไหน ก็ทำแค่นั้น” แต่สำหรับคนที่จะเจริญก้าวหน้า จะไม่คิดแบบบั้น เขาจะทำงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ ให้มากกว่าที่นายจ้าง หรือหัวหน้าคาดหวัง  แต่สำหรับข้อนี้ต้องระวังนิดหนึ่ง ว่างานนั้นเราอาจจะต้องเสนอตัวเองทำ หรืออยู่ในส่วนงานที่เราทำได้ เพราะหากเราทำเกินหน้าที่ไปโดยพลการอาจเกิดความเสียหายได้เช่นกัน  เราอาจจะใช้วิธีอาสาทำงานโดยที่ไม่ต้องรอให้หัวหน้าร้องขอก็ได้

3. ขยันใฝ่รู้อย่างฉลาด  ต้องสนใจใฝ่รู้อยู่เสมอ  ไม่มีหัวหน้างานคนไหนชอบลูกน้องที่ทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้วตลอดเวลา บอกอะไรก็รู้หมดแล้ว แต่ทำจริงไม่ได้  การใฝ่รู้ในยุคนี้สามารถทำได้ง่ายมาก ในการขยันใฝ่รู้นั้นต้องฉลาดด้วย หมายถึงว่าอย่าได้แค่ทำตามวิธีเดิมๆ ให้ลองตั้งคำถามว่า มีวิธีการทำแบบอื่นที่ให้ผลดีกว่านี้ มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิมได้ไหม ที่สำคัญอีกอย่างเมื่อเรามีความขยัน ใฝ่รู้ เรียนรู้ได้ ลงมือทำได้ ทำเป็น ทำจริง เราก็จะสามารถถ่ายทอดและสอนงานคนอื่นได้

4. ไว้ใจได้ รักษาคำพูด ระมัดระวังอย่ารับปากแล้วทำไม่ได้ ต้องซื่อสัตย์ในงานที่ได้รับผิดชอบ เมื่อตกลงกำหนดเวลาส่งงานก็ต้องส่งตามนั้น ไม่ต้องให้หัวหน้าทวงถาม  คนที่หัวหน้าไว้ใจเท่านั้นถึงจะโดดเด่น

5. มีวินัย  การมีระเบียบวินัยถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ ถึงแม้ว่าในบางบริษัทอาจจะไม่ได้มีการลงเวลาเข้างานแล้ว  หรือบางที่อาจจะไม่กำหนดเวลาทำงานด้วยซ้ำไป  คนที่มีวินัยจะทำงานเต็มเวลา ไม่เอาเปรียบบริษัท หรือเอาเปรียบเพื่อร่วมงาน เขาจะสามารถกำหนดแผนงาน และทำตามแผนงานได้ดี รวมถึงคนมีวินัยมักจะมีความรับผิดชอบด้วยเช่นกัน การมีระเบียบวินัยจะเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่คนอื่นๆ

ลองฝึกฝนดูครับ

++++++++++

11/03/2566

ข้อคิดมนุษย์โรงงาน

 



ช่วงหลายปีที่ผ่านมา กระแสการทำงานอิสระ การเป็นเจ้านายตัวเอง เป็นเจ้าของกิจการมาแรงมาก

รวมถึงภาคเอกชนเอง ก็มีการนำเทคโนโลยีมากใช้แทนคนทำงาน ทำให้การจ้างงานลดน้อยลด

ทำให้มีหนังสือใหม่ เกิดหลักสูตรอบรมประเภท รวยเร็ว รวยลัด เกิดธุรกิจ แชร์ลูกโซ่

ทั้งที่เป็นจริงหรือเป็นหลอกลวงขึ้นมากมาย

ไม่ใช่เรื่องไม่ดีนะครับ มันเป็นเรื่องที่ดีมาก หลายคนก็ใฝ่ฝันอยากทำงานอิสระ

 

แต่ในอีกมุมหนึ่งก็มีคำถามว่าคนกินเงินเดือน หรือคนทำงานในโรงงานซึ่งก็มีจำนวนไม่น้อย มันไม่ดีหรือ

แล้วมนุษย์เงินเดือน ก็ต้องไขว่คว้า หาทางออกจากการเป็นลูกจ้าง อย่างนั้นหรือเปล่า

สำหรับคนทำงานประจำ มีเงินเดือนก็มีข้อดีเยอะแยะ อาทิเช่น

  • ได้รับรายได้แน่นอน
  • มีสวัสดิการหลายอย่าง ที่อาชีพอิสระไม่มี
  • ได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ โดยไม่ต้องเสียเงินอบรม
  • ไม่ล้มละลาย
  • มีโอกาสเปลี่ยนตำแหน่ง หรือย้ายที่ทำงาน โดยที่ไม่กระทบกับรายได้


มีข้อคิดมาลูกจ้างทุกคนครับ

  • เข้าใจบทบาทของตัวเองว่าเราได้รับหน้าที่ทำอะไร จงทำให้เต็มที่
  • ต้องมีระเบียบวินัย อย่าทำงานตามใจ
  • ต้องมีจรรยาบรรณ อย่าเห็นแก่ประโยชน์ของตัวเอง
  • พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลง เพราะเทคโนโลยีไปเร็วมาก


และที่สำคัญ... 

จงทำงานให้มากกว่าเงินเดือน

หรือ อีกนัยหนึ่งคือทำงานให้เต็มกำลังความสามารถ 

เต็มกำลังในหน้าที่ที่รับผิดชอบ

เพราะการทำงานเต็มที่ 

จะทำให้เรา ได้ความรู้มาก  ได้ประสบการณ์มาก

มีโอกาสสร้างผลงานมาก ทำให้คนรู้จักมาก

เมื่อผลงานสำเร็จมาก  โอกาสก้าวหน้าในงานก็เพิ่มขึ้น

และ 

...มีโอกาสประสบความสำเร็จในชีวิตก็มากขึ้น

...ไม่ว่าจะในอนาคตจะยังเป็นมนุษย์เงินเดือนหรือไม่ก็ตาม

09/03/2566

ทำไมน้ำตกจึงสวย

 


พ่อ : รู้มั้ยลูก...ทำไมน้ำตกถึงสวย...  

ลูก : ก็เพราะมันเป็นน้ำตกไงคะพ่อ...  

พ่อ : ไม่ใช่หรอกลูก...  

   ที่น้ำตกสวยน่ะ เพราะน้ำตกไม่ยอมเก็บน้ำไว้ในชั้นของตัวเองต่างหาก...     

ลูก : หมายความว่าไงคะพ่อ...    

พ่อ : ลูกสังเกตไหมล่ะว่า...     

เวลาน้ำตกตกลงมาจากชั้นหนึ่งแล้ว น้ำนั้นก็จะถูกส่งต่อลงไปอีกชั้นหนึ่งทันที..     

เพราะวิธีนี้ที่น้ำตก...ไม่เห็นแก่ตัว แต่ยอมส่งน้ำที่ตกมาจากชั้นอื่น..แล้วส่งต่อกันไปเรื่อย ๆ อย่างนี้..     

น้ำตก..ถึงสวย...    และน้ำตก..จึงยังคงเป็นน้ำตก...ที่มีเสน่ห์..ไงละ      


ข้อคิดจากเรื่องนี้...  

 อย่าลืมน่ะลูก...   ถ้าลูกอยากให้ตัวเองเป็นคนที่น่ารัก...    

ลูกควรจะเป็นอย่างน้ำตก..    หากมีสิ่งดี ๆ ตกมาถึงตัวลูก...     

อย่าเก็บสิ่งดี ๆ นั้นไว้..คนเดียว..  

ลูกต้องเรียนรู้ที่จะ...แบ่งปัน...ออกไปให้มากที่สุด  

มีก็แต่คนที่ "ให้" ออกไปเท่านั้นแหละ...ลูก..   

จึงจะเป็นคนที่ "ได้รับ" อย่างแท้จริง...     


ที่มา: ธรรมะสวัสดี

06/03/2566

ยิ่งให้ยิ่งได้ The Go-Giver

 



ยิ่งให้ยิ่งได้ The Go-Giver เป็นหนังสือเล่มเล็กๆ ที่ผมได้อ่านเมื่อหลายปีก่อน

เป็นหนังสือที่โปรยหน้าปกไว้ว่า "เรื่องราวเล็กๆ เกี่ยวกับแนวคิดธุรกิจอันทรงพลัง"

หลังจากเริ่มอ่าน ผมพบว่าหนังสือเล่มเล็กๆนี้ มันสนุก มีอารมณ์ขัน ชวนติดตาม จนอยากอ่านรวดเดียวจบ และสามารถสร้างแรงบันดาลใจได้อย่างมาก

ผู้เขียนสามารถเล่าเหมือนนิยาย ทำให้เรื่องธุรกิจกลายเป็นเรื่องชีวิตประจำวัน ทำให้เข้าใจได้ง่าย

 “คนส่วนใหญ่ก็แค่หัวเราะเมื่อได้ยินว่า ความลับสู่ความสำเร็จคือ การให้... แต่ก็นั่นแหละ คนส่วนใหญ่ไม่ได้ประสบความสำเร็จเท่าที่พวกเขาต้องการนี่”

ยิ่งให้ยิ่งได้ เล่าเรื่อง ชายหนุ่มที่มุ่งหวังความสำเร็จคนหนึ่ง ขณะกำลังจะสิ้นหวังจากผลงานที่ไม่เข้าเป้า เขาจึงไปขอปรึกษากับชายผู้หนึ่ง ที่ถูกเรียกว่าท่านผู้เฒ่า ซึ่งเป็นผู้ที่ทุกคนบอกว่าเค้าเป็นคนที่ประสบความสำเร็จล้นฟ้า เขาหวังจะปรึกษาเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่ท่านผู้เฒ่ากลับบอกเขาว่า ความลับของการประสบความสำเร็จคือ การให้  และต้องการให้เขาทำข้อตกลงว่าจะทดสอบกฎทุกข้อ ด้วยการลองทำตามจริงๆ ไม่ใช่แค่พูด แต่ให้นำไปใช้ในชีวิตจริงๆ

ตลอดสัปดาห์ถัดมาท่านผู้เฒ่าได้แนะนำให้ชายหนุ่มรู้จักกับคนที่ประสบความสำเร็จด้วยการให้หลายคน ทุกคนช่วยแบ่งปันกฎห้าข้อ สู่ความสำเร็จล้นฟ้าให้กับชายหนุ่ม และทุกวันเขาต้องนำมันไปปฏิบัติทันทีภายในวันนั้น  ท้ายสุดแล้วชายหนุ่มได้เรียนรู้ว่าการเปลี่ยนเป้าหมายจากการได้ มาเป็นการให้

สามารถนำไปสู่ผลตอบแทนอันไม่คาดฝัน

 

ซึ่งกฎ 5 ข้อจากยิ่งให้ ยิ่งได้  มีดังนี้

1.กฎแห่งคุณค่า

“ค่าที่จริงของตัวคุณวัดได้โดยการดูว่ามูลค่าของสิ่งที่คุณมอบให้ไปนั้นสูงกว่าเงินที่คุณได้รับมามากแค่ไหน”   ให้คิดว่าสิ่งที่ทำมันให้อะไรบ้าง  มันเพิ่มคุณค่าในสิ่งอื่นๆรึเปล่า  จงให้ให้มากกว่าความคาดหมายของผู้อื่น

2.กฎแห่งค่าตอบแทน

“รายได้ของคุณตัดสินโดยดูว่าคุณให้บริการผู้คนจำนวนมากแค่ไหน และคุณให้บริการพวกเขาได้ดีเพียงใด”

3.กฎแห่งอิทธิพล

“คุณจะมีอิทธิพลมากเพียงใด ก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของผู้อื่นก่อนตัวเองมากแค่ไหน”   

ผู้ให้จะมีเสน่ห์ดึงดูด  เป็นการพัฒนาเครือข่าย จะทำให้คนที่รู้จัก ชอบ และไว้ใจคุณจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

4.กฎแห่งความจริงใจ

“สิ่งทรงคุณค่าที่สุดที่คุณต้องมอบให้คนอื่น ๆ ก็คือตัวคุณเอง”

สิ่งที่คุณขายจริงๆ แล้ว คือ ตัวคุณ

ทักษะด้านคนที่เยี่ยมที่สุด คือ การเป็นคนจริงๆ มันคือ ความจริงใจ

5.กฎแห่งการรับ

“กุญแจสู่การให้อย่างมีประสิทธิภาพคือการเปิดใจกว้างที่จะรับ”

การให้ ไม่ได้ดีกว่าการรับ มันเป็นเรื่องเสียสติ ที่พยายามให้และไม่รับ

การให้ทุกครั้ง จะเกิดขึ้นได้ก็ต้องมีการรับ

 

ยิ่งให้ยิ่งได้ เป็นหนังสือที่อยากแนะนำให้อ่าน และก็เอาไปใช้ในชีวิตจริงด้วยนะครับ

ความสำเร็จไม่ใช่ได้มาด้วยการชนะแข่งขัน แต่มาจากการช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน

ยิ่งให้เท่าไหร่ ยิ่งได้รับกลับหลายเท่าทวีคูณ เพราะ

 “ให้แล้วคุณจะได้รับ”




++++++++++